วินสตัน เชอร์ชิลเคยกล่าวไว้ว่า "ประเพณีของทหารเรืองั้นรึ? เลวร้ายมาก! มีแต่เหล้ารัม รักร่วมเพศ และ การถูกเฆี่ยน!"

โจเย็น  โปรดอย่าเข้าใจผิดไปครับพี่น้อง!

ในสมัยที่เชอร์ชิลพูดนั้น ชีวิตจริงของราชนาวีในสมัยปลายศตวรรษที่ 18 กับต้นศตวรรษที่ 19ก็แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงแล้วครับ    และเช่นกัน อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจหนังสือ(ดัดแปลงของเขามาซะงั้น)    ในหนังสือคลาสสิกปี 1905 ชื่อ Sea Life in Nelson's Time ของนักกวีชื่อ John Masefield    ชีวิตของเหล่าชาวเรือก็ถูกดัดแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังตีน

Masefield สร้างโลกจินตนาการแห่งความโหดร้ายและทรมาน ที่ ชาวเรือถูกบังคับให้เข้าร่วมกับราชนาวี, ถูกลงโทษทางร่างกาย, ถูกประหารชีวิต,ติดโรคร้ายแรงถึงตาย และ ได้รับอาหารอันน่าขยะแขยงจนอยากอ้วก   

มีเพียงสิ่งเดียว... สิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถปลอบใจพวกเขาได้ นั่นก็คือเหล้ารัม! โอ้ ชีวิตทำไมมันถึงรันทดขนาดนี้เนี่ย

แต่ว่า... ถ้าลองคิดดูให้ดี มันก็ออกจะแปลก  คนปกติที่ใช้ชีวิตในสภาพเลวร้ายแบบนั้น สามารถ รอดชีวิตมาได้ด้วยหรือ(วะ)! มันต้องเป็นยอดนถึกแหงๆ    มิหนำซ้ำ อะไรที่ยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาใช้ชีวิตแบบนั้น เอาชนะศัตรูข้าศึกมาตลอด200 ปีเนี่ยนะ

 เป็นแบบนี้ ก็ขอให้ท่านผู้อ่านคิดเองล่ะกันว่ามันน่าเชื่อถือหรือเปล่า

***
ยามสงบเมื่อไร ก็จัดการเกณฑ์พลพรรคเสียเลย



เวลาบ้านเมืองสงบสุข  หน่วยราชนาวีก็จะเกณฑ์ชายหนุ่มทุกคนเข้ามาเสริมเสีย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กชาย ที่องค์การการกุศลเก็บมาจากข้างถนนเมืองใหญ่ๆ แล้วก็จัดหางานในทะเลให้ซะเลย  

ที่ทำแบบนี้เพราะ การที่กะลาสีเรือจะเก่งกาจและมีประสบการณ์ได้ พวกเขาก็ต้องเริ่มเรียนพื้นฐานตั้งแต่เล็กก่อน   เด็กชายส่วนมากจะเริ่มตั้งแต่อายุย่าง 10 ถึง 12 ขวบ   แล้วงานสำหรับเด็กก็มีเยอะแยะ  ทั้งบนดาดฟ้าและบนสายเคเบิลของใบเรือ

พออายุ 16 เด็กชายก็จะแปลงร่างจากเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เป็นกะลาสีเรือเต็มตัว สามารถทำงานบนความสูงลิบ, ลดใบเรือ, ผูกและต่อเชือก และถือหางเสือได้อย่างเชี่ยวชาญ   ในเวลาเดียวกัน ร่างกายของพวกเขาก็จะมีไหล่กว้างอกกว้าง เป็นผลลัพธ์จากการดึงลากฉุดสาวชักหิ้ว อะไรก็ตามที่หนัก และ ต้องเอนตัวไปที่ใบเรือ


***
ทีมเวิร์ค - ช่วยกันคนละไม้คนละมือ



บนเรือ กะลาสีก็จะแบ่งหน้าที่กันเป็นกลุ่มๆ   แต่ละกลุ่มก็จะเป็นการรวมตัวกันของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน มักจะเป็นพวกที่ทักษะเท่าเทียมกัน และมียศพอๆ กัน   สำหรับกลุ่มที่มีหน้าที่จัดเตรียมอาหาร พวกเขาก็จะทำงานประจำต่างๆ เช่น จัดเตรียมอาหาร และล้างจาน  

การรวมกลุ่มกันแบบนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการปลูกฝังการทำงานเป็นทีมเวิร์ค

กะลาสีส่วนมากจะทำงานที่ทะเลจนอายุ20 กว่า มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังอยู่เป็นชาวเรือต่อ  คนพวกนี้ก็จะได้รับหน้าที่สำคัญๆ เช่น เป็นต้นหน ไม่ก็ต้นปืน

กะลาสีที่เก๋า มีประสบการณ์มากจะเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ เป็นตำแหน่งสูงสุดสำหรับชนชั้นแรงงานในศตวรรษที่ 18 เลย   แล้วพวกนี้ยังได้เงินดีกว่า  และ ได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าด้วย   หน้าที่ของพวกเขาจะโดดเด่นมากสุดก็ในเวลาที่เกิดสงคราม  เวลาที่ราชนาวีต้องเกณฑ์พลพรรคมากกว่าเดิมถึง 3-4 เท่า


เครดิต http://www.channel4.com/history/microsites/H/history/n-s/nelson.html

Life in the 18th-century royal navy
Professor Andrew Lambert

Andrew Lambert is professor of naval history at King’s College London, and is the author of War at Sea in the Age of Sail (2000) and Nelson: Britannia’s god of war (2004).

edit @ 2 Mar 2008 01:51:32 by black_coffee

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืม ความรู้ๆ ><

#1 By Jasmine✿Lala~ on 2008-03-02 12:01

ขำภาพทีมเวิร์ค
คนละไม้คนละมือจริงๆ

วินสตัน เชอร์ชิลเคยกล่าวไว้ว่า "ประเพณีของทหารเรืองั้นรึ? เลวร้ายมาก! มีแต่เหล้ารัม รักร่วมเพศ และ การถูกเฆี่ยน!"
^
รักร่วมเพศงั้นเหรอ....

#2 By @ P.M. on 2008-03-03 19:10

วินสตัน เชอร์ชิลเคยกล่าวไว้ว่า "ประเพณีของทหารเรืองั้นรึ? เลวร้ายมาก! มีแต่เหล้ารัม รักร่วมเพศ และ การถูกเฆี่ยน!"

รักร่วมเพศ<<< ก็ในสมัยก่อนน่ะ เวลาออกเดินทาง บางครั้งก็ไปเป็นปี ไม่ได้กลับบ้านเลย ในเรือมันก็มีแต่ผู้ชายเท่านั้น เพราะผู้หญิงเป็นสิ่งต้องห้าม.... คนอื่นเขาก็เลยว่ากันว่า มันรักร่วมเพศกันน่ะ

= = เรื่องนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จนะ ตอนที่ผมไปอ่านกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีคนเถียงว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าพวกนี้มันรักร่วมเพศกันจริง แต่ก็น่าสงสัยนะ หึหึหึ

#3 By black_coffee on 2008-03-05 12:51