เปิดโปงวิกฤตสิ่งแวดล้อมและทางรอดของมวลมนุษย์

อัล กอร์ เขียน

คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ แปล

พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน

 

 

 

ในงานหนังสือครั้งที่35 ที่ผ่านมาไม่นานนี้ ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าไปในบูธของสำนักพิมพ์มติชน ผมก็พบกับการเปิดตัวหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า An Inconvenient Truth เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ผมได้ข่าวว่ามีหนังสารคดีเล็กๆ เกี่ยวกับวิกฤตของโลกเรื่องหนึ่งที่ชื่อเหมือนกับหนังสือเล่มนี้เปี๊ยบ ผมก็เลยตัดสินใจหยิบขึ้นมาเปิดพลิกอ่านดู

 

 

 

เนื้อความในหนังสือกล่าวเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของโลกนับจากอดีตถึงปัจจุบันอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่ก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ชี้แจงว่าภัยทั้งหลายนี้อุบัติขึ้นนับตั้งแต่ที่มนุษย์ปฎิวัติอุตสาหกรรม เผาไหม้พลังงานฟอสซิล และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ บทความแสดงภาพภัยธรรมชาติที่เพิ่มความแรงและความถี่ขึ้นทุกปี อาทิเช่นเฮอร์ริเคน ทอร์นาโด ไฟป่า ภัยแล้ง น้ำท่วม อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นยังคำนวณความน่าจะเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

 

 

 

หนังสืออ้างว่าในอนาคต...

กรุงเทพฯคงจมน้ำไปเรียบร้อย

 

นิวยอร์ก ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จมน้ำไปครึ่งหนึ่ง

 

บังกลาเทศอาจหายไปจากแผนที่โลก และประชากรอีกนับพันล้านคนจะไร้ที่อยู่อาศัย

 

 

 

 

ผมไม่ได้พยายามจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นจริง แต่ก็มีความน่าจะเป็นไปได้สูง สึนามิที่ไม่มีใครคาดฝันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2547 และ แผ่นดินไหวที่เกาะโซโลมอน ในวันที่ 2 เมษายน 2550 แล้วยังพายุเฮอร์ริเคน 27ลูกที่โลกประสบเมื่อปี 2548 เกิดเฮอร์ริเคนมากจนชื่อสำหรับเรียกถูกใช้ไปหมด จนองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกต้องต้องหันมาใช้ชื่อกรีกแทน

 

 

 

 

ยังไม่พอ ถ้าอยากได้ตัวอย่างอีก..

ภูเขาคิริมานจาโร, แทนซาเนีย ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ตอนนี้น่ะหรือ?.. ใกล้กลายเป็นภูเขาหัวโล้นเต็มที

ธารน้ำแข็งโบลเดอร์, อุทยานแห่งชาติกลาเซียร์, มอนทานา กลายเป็น อดีต อุทยานที่มีกลาเซียร์

ธารน้ำแข็งอุปซาลา, ปาตาโกเนีย, อาร์เจนตินา... ก้อนน้ำแข็งมหึมาละลายกลายเป็นน้ำจนสิ้น

หรือนี่อาจถึงเวลาแล้ว... ที่มนุษยชาติจะได้มีโอกาสวาดแผนที่โลกใหม่

An Inconvenient Truth เวอร์ชั่นหนัง

ภูเขาคิริมานจาโร(อดีต)

 

 

 

ประวัติผู้เขียน: อัล กอร์

 

ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอเมริกาปี1976 ได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกปี1984และ1990 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานาธิบดีคนที่45 และดำรงตำแหน่งนาน8 ปี เป็นผู้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับปี1992 ชื่อ Earth in the Balance : Ecology and the Human Spirit ปัจจุบันหันเหเส้นทางชีวิตเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

 


ภาพผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติ

 

ภาพภูเขาคิริมานจาโร (ปัจจุบัน)


edit @ 2007/04/26 00:01:22

edit @ 17 Oct 2007 13:03:48 by black_coffee

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

...คงไม่หามาอ่าน
เคยดูหนังแล้ว
ร้องไห้ไปสามรอบ..............

น่ากลัวกว่า the day after tomorrow ซะอีก ในสภาพที่เป็นหนังสารคดีนั่นแหละ

#1 By shiny on 2007-04-26 02:17

น่าอ่านดีแฮะ....

...บางทีผมอยากให้เกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ล้างโลกไม่ให้เหลือซาก...

ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ดีนะ?

#2 By @ P.M. on 2007-04-26 17:38

ทางแก้ที่ดีที่สุดคือการกำจัดมนุษย์ออกไปให้หมด

#3 By Fenriz on 2007-04-26 22:48

ท่านไชนี่ดูหนังมาแล้วเหรอ ผมเองก็อยากดูเหมือนกัน รู้สึกว่าเนื้อหาจะคล้ายในหนังสือแฮะ แต่ยังไงก็อยากดูอยู่ดี

เรื่อง the day after tomorrow สำหรับผมแล้ว เห็นด้วยครับ มันไม่อิน+น่ากลัวเท่า an inconvenient truth เลย อ่านไปแล้วก็เศร้า เฮ้อ.. ตอนนี้โลกก็เปลี่ยนไปมากแล้ว คิดๆ ไป ในอนาคตที่จะถึงนี่ ผมอาจจะมีโอกาสได้เห็นกรุงเทพน้ำท่วมก็ได้ (หวังสูงไปรึเปล่าเนี่ย)

***
เฮ้ย โปร.. คิดจะล้างโลกเลยรึไงฟะ แล้วพวกเราจะอยู่กันยังไง๊... พูดถึงเรื่องล้างโลก ผมว่ายังไงมนุษย์ก็ต้องหาทางมีชีวิตรอดได้อยู่ดี จะทางใดก็ทางหนึ่งแหละ(มั้ง?)

***
กำจัดมนุษย์ออกไปให้หมด... เอ่อ งั้นพวกเราก็เดี้ยงหมดน่ะสิ อืม แต่ถ้ากำจัดมนุษย์ไปให้หมด ธรรมชาติก็อาจมีวิธีฟื้นตัวของมันเองทีละน้อยๆ ก็ได้

#4 By black_coffee on 2007-04-27 20:57

ทำให้ดีที่สุดนะวันนี้

เดี้ยวจะไม่ได้ทำ



สู้ต่อไปนะชาวโลก

tongue

#5 By ริง (61.91.163.140) on 2008-06-08 15:26